นพ. บุญส่ง เลขะกุล

เสียงเรียกร้องจากพงไพร

ป่ากับผู้หญิง

๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๘
กราบเรียน คุณอาหมอที่นับถือ

หนูชอบอ่านเรื่องป่าที่คุณอาเขียนมาก หนูอยากจะไปเที่ยวล่องป่ากับคุณอาหมอด้วย หนูเป็นคนแข็งแรง หนูเล่นบาสเกตบอลเสมอ เล่นแบดมินตันเสมอ เคยวิ่ง ๒๐๐ เมตรให้โรงเรียน เมื่อเร็วๆ นี้หนูลองเดินทางไกลจากพระโขนงไปปากน้ำหนูเดินถึง แต่เด็กผู้ชายและพี่ชายของหนูไปไม่ถึง หนูเข้าใจว่าหนูแข็งแรงเท่าเด็กผู้ชายอีกหลายคน

หนูเคยรู้ว่าคุณอาหมอชอบไปกับพวกเด็กผู้ชาย ไม่เคยไปกับผู้หญิง คุณอาหมอคงกลัวว่าเด็กผู้หญิงออดแอด แต่หนูไม่ออดแอด ไม่ขี้แย หนูทำกับข้าวได้ หนูจะช่วยคุณอาหมอในเรื่องการหุงต้มได้มาก หนูถามคุณพ่อแล้ว ท่านว่าถ้าไปกับคุณอาหมอแล้ว ท่านอนุญาต ถ้าคุณอาหมอจะไปป่า คุณอาหมอโทรศัพท์บอกหนูที่โรงเรียนด้วย หนูเป็นครูอยู่ที่นั่นค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

โดยความนับถือจากหลาน

หลานสาวที่รัก

ขอบใจหลานมากที่นับถืออา อยากไปกับอา และขอขอบคุณคุณพ่อของหลานด้วยที่ไว้ใจอา ให้อาพาหลานไปเที่ยวป่าได้

จริงอย่างหลานว่า อาชอบไปเที่ยวกับผู้ชายและเด็กผู้ชาย ที่อาไม่ชอบไปกับผู้หญิงนั้น ไม่ใช่เพราะเห็นผู้หญิงอ่อนแอ แต่อาเห็นว่าเรื่องของผู้หญิงนั้น อะไรๆ มันก็มีมากกว่าผู้ชาย จะเอาให้กะทัดรัดกะฉับกะเฉงทะมัดทะแมงย่อๆ สั้นๆ อย่างในผู้ชายนั้นไม่ได้ อาเคยพาผู้หญิงไปเที่ยวป่าทีหนึ่งแล้ว อาเข็ดเกือบตาย เรื่องของผู้หญิงนี่มันมากจริงๆ

อาจะเล่าเรื่องที่ทำให้อาเข็ดไม่อยากพาผู้หญิงเข้าป่าอีกก็คือ เมื่อ ๒-๓ ปีมานี้มีฝรั่งอุปทูตมหามิตรคนหนึ่ง เขาชอบไปเที่ยวป่ากับอาเสมอ ความจริงแกเป็นคนใจบุญยิ่งกว่าคนไทยเสียอีก แกเป็นนักนิยามไพรที่แท้จริง คือแกชอบไปเที่ยวชมธรรมชาติ แกชอบไปชมป่าชมต้นไม้และดอกไม้ป่า ชมนกและชมสัตว์ต่างๆ ที่แกชอบมากที่สุดก็คือ ชอบเอากล้องส่องไปส่องดูนกอย่างที่เขาเรียกกันว่า Bird watching เรื่องเบิร์ดวอชชิงนี้ครั้งแรกอาก็เห็นเป็นเรื่องของคนบ้าๆ บอๆ นึกไม่ออกว่ามันจะสนุกตรงไหน ในสมัยนั้นอุปทูตคนหนึ่งแกชอบมาก แกชวนอาไปเที่ยวดูนกเนืองๆ เวลาไปกับแก แกไม่ให้ใครยิงนก แต่แกชอบเอากล้องส่องดู อาเลยยืมแกดูบ้างจึงได้เห็นว่านกที่เราเห็นภายในกล้องนั้นมันสวยกว่าที่เราเห็นด้วยตาเปล่ามากทีเดียว เราเห็นดวงตาของมันแจ๋วแหวว เห็นชัดจนกระทั่งว่านัยน์ตามันสีอะไร ขนของมันเราก็เห็นได้ชัดเจนแทบทุกเส้นขน เวลามันร้อง เราก็เห็นกระทั่งว่าลิ้นของมันกระดกขึ้นลงอย่างไร และด้วยการส่องกล้องนี้แหละ มันทำให้เราเรียนรู้นิสัยใจคอของนกได้ดีมาก เบิร์ดวอชชิงนี้ทางต่างประเทศเขานิยมกันมากๆ พอถึงวันเสาร์วันอาทิตย์ พวกนักชมนกหรือ Bird watchers เหล่านี้เขาจะนัดกันไปชมนก โดยมากในกลุ่มหนึ่งๆ เขามีคนเก่งเรื่องนกหรือปักษีวิทยาไปด้วยคนหนึ่ง เผื่อใครสงสัยอะไรในเรื่องนกเขาจะได้อธิบายให้ฟัง เขาว่าที่ต่างประเทศ เมืองหนึ่งๆ มีสมาคมนักชมนกตั้งขึ้นตั้งหลายๆ สมาคม เขาว่าแม้แต่ในโตเกียวเองก็มีตั้งเป็นสิบๆ สมาคม ต่างประเทศที่เขาเจริญแล้ว เขาชอบชมมากกว่าชอบยิง เขาจะยิงกันบ้างก็แต่พวก Game Birds เช่น นักปากซ่อม นกกระทา หรือนกอะไรที่บินเปรียว ยิงยากและกินอร่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้ยิงกันพร่ำเพรื่อ เห็นอะไรกระดุกกระดิกไม่ได้อย่างในเมืองเรา

เอ้า ! อาว่าอาจะเล่าถึงเรื่องที่อาเข็ดไม่อยากจะพาผู้หญิงเข้าป่า แต่ทำไมไปเล่าถึงเรื่องนักชมนกเสียจนเพลิน จะย้อนกลับไปเล่าตอนต้นกันใหม่ คือบ่ายวันเสาร์วันหนึ่งท่านอุปทูตโทรศัพท์มาบอกว่าจะขอไปเที่ยวชมนกตามป่ากับอาตามเคยด้วย อาก็บอกว่า “โอเค ออลไรต์ จะไปก็ไป” แต่เวลาท่านมาขึ้นรถที่บ้านของอากลับไม่ได้มาดัวคนเดียว พาคุณแม่และคุณแหม่มอะไรมาด้วยอีก ๒ คน แก่ๆ หน่อยคนหนึ่ง และอีกคนหนึ่งสาวเฟี้ยวไปเลย แต่ละคนแต่งตัวแบบเวสต์เทินมาเต็มเหนี่ยวเขาลงจากรถได้ก็มาทำตาละห้อยถามอาว่า “เม ไอ โก ฮันติ้ง วิท หยู โอพลิส เดียดอด” อาก็ตอบว่า “โอเค ออลไรต์ จะไปก็ไป” อาไม่เคยขัดใจใคร

วันนั้นอาจะไปดูนกเป็ดน้ำที่บึงหัวทรายขาวที่ราชบุรี เลยจอมบึงไปทางทิศตะวันตกอีกไกล เราออกจากกรุงเทพฯ บ่ายโมงวันเสาร์ไปถึงหมู่บ้านทุ่งนกกระเรียนราวสัก ๓ ทุ่ม เราไปถึงช้ากว่าที่เราคิดไว้มาก เพราะตลอดทางเราหยุดรถเอากล้องส่องดูนกป่าแปลกๆ เรื่อยมาตลอดทาง
เพราะว่ามีฝรั่งมังค่ามาเต็มรถ และเป็นฝรั่งแหม่มเสียด้วย จะไปกางเต็นท์นอนเล่นตามชายป่าอย่างที่เคยๆ ก็ไม่เหมาะ ฉวยมีมือดีมาจี้หรืออะไรกันขึ้นก็จะเกิดเรื่องไม่งาม อาจึงแวะเข้าอาศัยนอนที่บ้านผู้ใหญ่ซึ่งคุ้นเคยกับอาดี
พอขนของขึ้นบ้านเสร็จเรียบร้อย แม่แหม่มทั้งหลายก็ค่อยๆ มากระซิบถามอาว่า “แวอิส ทอยเล็ต รูม”
โอ๋ ! จะมาหาห้องน้ำ ห้องทอยเล็ตรูม กันยังไงที่นี่ อาเห็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้านอยู่ใกล้ๆ ก็เรียกมาถามว่า “หนู ห้องน้ำ ห้องส้วมมีบ้างไหม”
ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านแกกลับถามว่า “ห้องน้ำห้องส้วมเป็นยังไหง ไม่เคยได้ยิน”
“เอ ! แล้วที่หนูไปถ่ายทุกข์กันน่ะ ไปที่ไหนกัน”
“อ๋อ ! ไปทุ่งนะรึ จะไปทุ่งก็ต้องไปตามทุ่งสิจ๊ะ” ลูกสาวผู้ใหญ่แกว่า
อากำลังจนปัญญา ก็บอกกับแกว่า “เออดีแล้วหนู หนูเคยทุ่งที่ไหนก็พาแกไปที่นั่น ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง ก็เอามือชี้ๆ แล้วทำท่าใช้ใบ้ให้แก่ทำธุระของแกก็แล้วกัน”
เออพันทุกข์ไปที แม่ลูกสาวผู้ใหญ่ก็พาแม่แหม่มทั้งสามลงบ้านไป อาก็จัดแจงถอนขนไก่ป่า ๒ ตัว และถลกหนังกระต่ายป่าอีกตัวหนึ่งที่ยิงมาได้ตอนมากลางทางแล้วอาก็ต้องลงมือทำอาหารฝรั่งที่อารู้ๆ อยู่บ้าง คือ กระต่ายนั้นย่างจิ้มซอส ไก่ตัวหนึ่งทอดจิ้มน้ำซอส ไก่อีกตัวหนึ่งต้มซุป คือ สับๆ ต้มลงไปทั้งตัว แล้วใส่เกลือลงไปหยิบมือหนึ่ง เท่านี้ก็เป็นเมนูฝรั่งได้เต็มอัตรา พอแก้ขัดไปได้ทีหนึ่ง
อากำลังยุ่งอยู่ในครัว แม่แหม่มทั้งสามก็กลับมา คุยกันล้งเล้งอย่างกับฝรั่งแต้จิ๋วมาแต่ไกล พอขึ้นมาบนบ้าน ท่านอุปทูตก็ถามว่า “ออลไรต์ เดียร์”
“เทอริเบิล เทริเบิล โอเดียร์” เสียแม่แหม่มคนหนึ่งตอบ แปลว่า “ไม่ไหว ไม่ไหว”
อาก็ตกใจ ว่ามันเกิดเรื่องราวกันขึ้นอย่างไร ถึงว่าไม่ไหว แม่แหม่มคนหนึ่งก็แย่งเล่าให้ฟัง
“ห้องส้วมอะไร เธอรู้ไหม กลางทุ่งแจ้งๆ นั่นเอง”
“แล้วเดือนก็หงายอย่างกะกลางวัน” อีกคนหนึ่งต่อ
“แต่เรา .. เต็มแย่ .. ก็ต้องแข็งใจ แต่-โอเดียร์ ! .. หมู โอ มายกอด ! หมูใหญ่สองตัว หมาเขี้ยวยาวอีกตัวหนึ่งมันจ้องอยู่ข้างหลังฉัน พอฉันอึมันก็แย่งกันสกรัมเข้ามาใต้ก้นฉัน.. โอเดียร์ ! ต้องคลานเขยิบหนีมันเรื่อย .. โอ ! เทอริเบิล เทริเบิล !”
แม่แหม่มคนสาวบอกว่าแกไม่เคยกับส้วมแบบกั้นด้วยฟ้าเช่นนี้ แกกระดากเลยทำธุระอะไรไม่ได้ ส่วนแหม่มคนแก่หน่อยนั้น แกอ้วนไปหน่อย นั่งแบบ “ทุ่ง” ไม่ถนัด เลยตัดสินใจเก็บเอาไปจัดการที่บางกอก
นี่แหละหลาน อาว่าสำหรับเมืองไทยเรานี้ ถ้ากระทรวงวัฒนธรรมจะปลูกฝังวัฒนธรรมอะไรขึ้นก่อนสักอันหนึ่งแล้ว อาว่าจะต้องปลูกวัฒนธรรมใช้ส้วมเสียก่อนอื่น อาสังเกตดูว่านอกจากในบางกอกแล้ว บ้านนอกออกไปไม่ค่อยนิยมใช้ส้วมกันเลย บางคนตื่นเช้าก็ไปทุ่ง คือ ไปนั่งกันตามทุ่งนา บางคนก็ไปท่า คือไปนั่งเรียงกันตามท่าน้ำหรือชายทะเล แปลกพิลึก
พออาทำกับข้าวฝรั่งของอาเสร็จ คือ ปิ้งจิ้มน้ำซอส ย่างจิ้มน้ำซอส ทอดจิ้มน้ำซอส เสร็จแล้วก็ยกมาให้ แต่เจ้ากรรม พออาล้วงไปเอาช้อนในถุงย่าม อาจึงนึกขึ้นได้ว่าอาลืมเอาช้อนมา สำหรับตัวอุปทูตนั้นไม่เป็นไร แต่แม่แหม่มทั้งสามคนสิแย่ แกเปิปข้าวไม่เป็นเสียเลย ว่ากันให้เลอะไปตั้งแต่ปลายจมูกลงมาจนถึงข้างแก้มไปเลย

อ้ายเรื่องการนอนคืนนั้นก็ยุ่งอีก ผู้ใหญ่บ้านแกมีเสื่อเพียง ๒ ผืน อากับทานอุปทูตไม่ต้องนอนเสื่อ นอนกับฟางเราก็นอนกันได้ ท่านอุปทูตแกบอกว่า แกเคยนอนกับอาเช่นนี้มา ๒-๓ ครั้ง แกชินแล้วแกนอนได้ แต่แม่แหม่มนั่นสิ เราอุตส่าห์ให้เสื่อแกนอนทั้ง ๒ ผืน แกก็ยังบ่นว่าฟากมันแข็งอย่างกับก้อนหินสักร้อยก้อนอยู่ใต้ซี่โครงของแก อาเลยต้องไล่แกไปนอนในรถหมดทั้งสามคนไปเลย

ตอนเช้าก่อนอาหาร เราพากันเอากล้องไปส่องชมนกรอบๆ หมู่บ้าน แล้วเลยยิงนกเปล้ามาทำอาหารอีกพวงหนึ่ง พอกลับมาถึงบ้าน แม่แหม่มทั้งสามเขาบอกว่าเขาคัน เขาเหนะหนะตัวอยากจะอาบน้ำ ถามอาว่าเขาอาบน้ำกันที่ไหน อาก็ว่าเขาตักอาบกันที่บ่อ หรือจะตักมาใส่โอ่งอาบที่โอ่งหัวกระไดก็ได้
พออาชี้บ่อน้ำ ชี้โอ่งน้ำให้แกดู แกก็เลิกคิ้ว ทำเบิ่งตาโต อาจึงนึกขึ้นได้ว่าพวกแหม่มพวกนี้เขาจะนุ่งผ้าขาวม้าอาบแบบไทยๆ ก็ไม่ได้ ธรรมเนียมแหม่มเขาอาบกันอย่างไร อาไม่เคยมีเมียแหม่มอาก็ไม่รู้ธรรมเนียมของเขา ครั้นจะให้นุ่งผ้ากระโจมอกก็คงจะไม่เคยและแกคงไม่กล้า เพราะพอรุ่งเช้าขึ้นชาวบ้านเขาพากันมานั่งดูฝรั่งหรือคนเผือกอยู่เต็มลานบ้าน ตั้งแต่ออกจากท้องพ่อท้องแม่ ชาวบ้านพวกนี้ไม่เคยเห็นคนเผือกตาขาวผมแดงกันเลย เคยเห็นกันบ้างก็แต่แขกปาทานหนวดแดงเคราแดงที่เคยไปซื้อวัวซื้อควายมาส่งถนนตกเท่านั้นเอง

อาอยากจะเอาใจแม่แหม่มเขาหน่อย อาก็ว่าจะทำห้องน้ำให้อาก็จัดแจงเอาเต็นท์เดินป่าของอามากั้นขึ้นข้างหัวกระไดจะให้แกอาบน้ำแต่พอยกเต็นท์ขึ้นได้อ้ายพวกเด็กๆ และชาวบ้านก็ยิ่งแตกตื่นกันใหญ่ ร้องบอกกันต่อๆ ไปว่า หมอจะทำห้องถ้ำมองบ้าง หมอจะตั้งโรงฉายหนังโฆษณายาบ้าง พวกชาวบ้านก็แห่กันมาดูเสียรอบเต็นท์ บางคนยังแถมเลิกผ้าเต้นท์ก้มดูเข้าไปอีกว่าข้างในเขาจะทำอะไรกัน

พอกั้นเต็นท์ให้เสร็จแล้ว อาก็หันมาบอกกับแม่แหม่มทั้งสามว่า “โอเค ออลไรต์ เชิญเข้าไปอาบน้ำได้” แกก็มองรอบๆ เต็นท์ แล้วมองไปดูคนที่มุงดูอยู่รอบๆ แกเลิกคิ้วทำตาโตกับอาอีก “แทงคิว ฉันได้นั่งพักค่อยหายเหนื่อย ฉันค่อยรู้สึกหายร้อน รู้สึกชักจะหนาวหนาว ไม่ต้องรบกวนเรื่องอาบน้ำอีกแล้ว”
นี่แหละหลายเอ๋ย เรื่องที่จะพาผู้หญิงไปเที่ยวป่าอย่างแฟนผู้ชายนั้นลำบากอย่างนี้แหละ ฉะนั้น อาจึงไม่ย่อมพาผู้หญิงเข้าป่าเลย หากหลานๆ ผู้หญิงอยากไปเที่ยวชมนกชมป่ากันเล่นแถวใกล้ๆ เช้าไปเย็นกลับได้ไม่โกลาหลมากนัก อาก็อยากพาไปบ้างเพื่อไม่ให้ขัดศรัทธา อยากให้ทั้งหลานหญิงหลานชายชอบธรรมชาติ และเฉพาะอย่างยิ่งอาอยากจะให้พวกเราคนไทยชอบการชมนก หรือ Bird watching แทนการยิงนกขึ้นมาอีกสักอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการเล่นหรือการฆ่าเวลาที่สนุกและเพลิดเพลินใจอย่างมาก นอกจากนั้นยังได้ทั้งการออกกำลังกาย และยังได้ความรู้เรื่องธรรมชาติของนกอีกมากชนิด
การชมนกจะทำให้พวกเรามีความเพลิดเพลินอย่างใหม่ขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งจะทำให้เราสนใจและรักนก และไม่อยากยิงหรือฆ่านกกันอีกต่อไป ถ้าหลานๆ อยากจะไปกันอาก็ติดต่อกับอาได้ ว่างๆ วันเสาร์วันอาทิตย์ อามักชวนกันไปเที่ยวชมนกอย่างว่านี้เสมอ แต่เรื่องไปนอนค้างแรมกับผู้หญิงอย่างที่อาเล่ามาให้ฟังแล้วนั้น อาไม่ชอบ ผุ้หญิงมีเรื่องมาก มักจะยุ่งยากจนหมดสนุก และทั้งอาผู้หญิงเขาก็ไม่ชอบให้อาไปอย่างว่านั้นนักด้วย
(จาก หนังสือธรรมชาตินานาสัตว์ เล่ม ๑)

Advertisements

Single Post Navigation

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: