นพ. บุญส่ง เลขะกุล

เสียงเรียกร้องจากพงไพร

ปูผู้แทน

คุณอาหมอครับ
พร้อมกับจดหมายฉบับนี้

ผมได้ส่งปูก้ามโตมาให้คุณอาหมอหลายตัว ปูเหล่านี้มีก้ามโตข้างเดียว บางตัวโตก้ามขาว บางตัวก็โตทางก้ามข้างซ้ายไม่เหมือนกัน ปูเหล่านี้ผมจับได้แถวบางปูนี่เอง ผมเห็นก้ามมันโตข้างเดียวคล้ายๆ กับผู้แทนราษฎรของเราที่ทำงานหนักจนแขนโตข้างหนึ่ง ผมเห็นรูปผู้แทนแขนโตในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ ผมจึงเรียกปูก้ามโตข้างเดียวเหล่านี้ว่า ปูผู้แทน ผมเรียกของผมอย่างนี้จะถูกไหมครับ หรือคุณอาจะเรียกว่าปูอะไร เพื่อนๆ ของผมเรียกมันว่า ปูกวักมือ เพราะเห็นมันเอาก้ามข้างที่โตมากของมันโบก คล้ายกับว่ามันกวักมือเรียกใครอยู่เรื่อยๆ ทำไมมันจึงกวักมืออยู่เช่นนั้น คุณอาช่วยเล่าให้ผมฟังด้วย

ด.ช. เดชา ณ บางกะปิ

หนูเดชา หลานรัก

ปูที่หลานส่งมาตั้งกล่องนั้น น่าดูมาก ล้วนแต่เป็นปูตัวเล็กๆ ที่มีก้ามข้างหนึ่งโตกว่าตัวของมันเองเสียอีก ปูเหล่านี้มีชุกชุมมากตามชายเลนริมทะเลหรือตามริมคลองและริมแม่น้ำที่ใกล้ๆ ทะเล ตามแถวบางปูก็มีชุมมาก เวลาอาไปเที่ยวบางปูอามักปล่อยให้พวกหนุ่มๆ เขาไปเต้นรำกันที่ศาลาสุขตาหรือสุขใจตามอารมณ์หนุ่มของเขา ส่วนอานั้นแก่แล้ว อามักเลี่ยงไปเดินเล่นตามริมฝั่ง ตามชายฝั่งส่วนมากเป็นชายเลน แต่บางตอนก็แห้ง ดินแข็งพอเดินไปได้ ไปดูนก ดูปู ดูหอยตามธรรมชาติของมัน

ปูก้ามโตที่หลานส่งมานี้ อานั่งเลือกๆ ดูเห็นมันมีด้วยกันเป็น ๒ ชนิด ชนิดหนึ่งตัวเล็กหน่อย ก้ามข้างหนึ่งโตมาก โตจนปิดบังตัวเองมิดทีเดียว ชนิดนี้ชาวบ้านเขามักเรียกว่า ปูเปี้ยว ฟังดูไม่เพราะ ไม่มีความหมายอะไรเสียเลย เด็กๆ ชาวบางกอกเขาเรียกมันว่า ปูนักเลงบ้าง ปูกวักมือบ้าง หาว่ามันมีอาชีพในทางยกมือ ปูชนิดนี้ อาเคยเก็บดองแอลกอฮอล์ แล้วส่งไปถามที่พิพิธภัณฑ์ต่างประเทศดู เขาบอกมาว่า มันชื่อ The calling crab มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Uca manii

ปูอีกชนิดหนึ่งที่หลานส่งมานั้น ตัวโตกว่าชนิดก่อนหน่อย ก้ามอันใหญ่ของมันนั้นทั้งใหญ่และยาวกว่าตัวก่อนมาก ชนิดนี้ชาวบ้านเขาเรียกกันว่า ปูก้ามดาบ ชื่อนี้อาชอบเหลือเกิน เพราะมันมีความหมายว่า ก้ามอันใหญ่ของมันนั้นยาวอย่างกับดาบแต่มันดีที่ได้แต่วางก้ามไปอย่างนั้นเอง มันไม่เคยใช้ดาบ ใช้อำนาจคอร์รัปชันเหมือนนายพลดาบใหญ่ อำนาจมากอย่างในบางประเทศเขาเลย ปูชนิดนี้ฝรั่งเรียกว่า The calling crab หรือ Fiddler crab มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Uca dussumieri

ปูเปี้ยวและปูก้ามดาบเหล่านี้ ในเมืองไทยมีอยู่หลายชนิดเหมือนกัน นอกจากปูเปี้ยวชนิด Uca manii และปูก้ามดาบชนิด Uca dussumieri ที่หลานจับได้ที่บางปูแล้ว ในอ่าวไทยยังมีชนิด Uca marionis ซึ่งเคยพบแถวบางปะกง ชนิด Uca annutipes ซึ่งเคยพบแถวเกาะสมุย และชนิด Uca manonis แถวจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น ปูผู้แทนชนิดต่างๆ เหล่านี้มีรูปร่าง สีสัน และขนาดผิดๆ กันไปบ้าง แต่มีลักษณะสำคัญที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ชอบวางก้ามจนเป็นนิสัย ชอบยกมือเป็นอาชีพจนแขนข้างหนึ่งโตบังตัวมิดไปเลย

ปูเหล่านี้บางตัวก้ามขวาใหญ่ บางตัวก้ามซ้ายใหญ่ ทำให้น่าคิดไปว่ามันเป็นปูคนละตระกูล แต่ที่แท้เป็นปูในตระกูลเดียวกันคล้ายๆ กับผู้แทนราษฎรของเราอย่างที่หลานว่านั่นเหมือนกัน บางคนก็ถนัดซ้าย บางคนก็ถนัดขวา แต่ทว่าพวกถนัดซ้ายไม่ใคร่มีเวลายกมือบ่อยสู้พวกถนัดขวาไม่ได้ เขามีเวลายกมืออย่างได้ระเบียบกันเรื่อยๆ ฉะนั้น จึงได้มีภาพล้อผู้แทนแขนโตอย่างกับปูก้ามโตที่หลานส่งมาให้ดูนั้นบ่อยๆ ฉะนั้น ที่หลานไปตั้งชื่อเรียกปูนี้ว่า ปูผู้แทน นั้น ก็มีเหตุผลน่าฟัง แต่เราเป็นเด็ก เป็นเล็ก อย่าไปล้อเลียนผู้ใหญ่เล่นเลย อาคิดว่าผู้แทนบางคนท่านก็ได้ทำหน้าที่ของท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจของท่านดีแล้ว แต่ผู้แทนประเภทเฮงซวยที่หวังจะเป็นใหญ่เป็นโตเพื่อคอร์รัปชันหรือใช้อำนาจอิทธิพลกอบโกยทรัพยากรของชาติมาเป็นสมบัติของตัวก็มีมาก หน้าที่ของหลานในตอนนี้ก็หัดยกมือในชั้นไปก่อนเท่านั้น

ปูชนิดที่หลานส่งมานี้จะมีก้ามโตก็แต่เฉพาะตัวผู้เท่านั้น ส่วนตัวเมียเขาเสงี่ยมเจียมตัว เขามีแต่ก้ามเล็กๆ ทั้งสองข้างไว้สำหรับหยิบอาหารเข้าปากกินเท่านั้น แต่เวลาที่เราไปเห็นปูเหล่านี้ตามชายทะเลนั้น เรารู้สึกว่าจะมีแต่ปูตัวผู้เต็มไปหมด ตัวเมียมีน้อยกว่าตัวผู้ตั้งหลายเท่า

ที่บางคนเรียกว่าปูกวักมือนั้น อาชอบมาก ดูตรงกับชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า The Calling crab ตรงตัวทีเดียว ที่เขาเรียกกันเช่นนั้นก็เพราะมันใช้แขนข้างใหญ่ของมันกวักมืออยู่เรื่อยๆ มันกวักเป็นจังหวะอยู่ทุกๆ ๒-๓ วินาที และกวักพร้อมๆ กันทั้งหมู่ จึงทำให้น่าดูขึ้นอีกไม่น้อยทีเดียว เป็นเรื่องที่น่าคิดมากว่า ทำไมมันจึงกวักมืออยู่เช่นนั้นเรื่อยๆ บางคนอธิบายว่ามันกวักเพื่อท้าทายตัวผู้อื่นเพื่อจะต่อสู้แย่งตัวเมีย ฉะนั้น บางคนจึงชอบเรียกมันว่าปูนักเลง แต่ดูๆ แล้วเห็นจะไม่ใช่เพราะเหตุนี้ เพราะเห็นมันกวักท้ากันอยู่เรื่อยๆ นานๆ จึงจะเห็นมันต่อสู้กันเสียสักคู่หนึ่ง การต่อสู้นั้นเท่าที่อาเคยไปนั่งสังเกตดู เห็นว่ามันจะเกิดต่อสู้กันก็เมื่อตัวหนึ่งล้ำเข้าไปหากินในถิ่นของอีกตัวหนึ่ง จึงถูกตัวเจ้าของถิ่นเรียกแป๊ะเจี๊ยะ จึงได้เกิดต่อสู้ขับไล่กันขึ้น ไม่ใช่เพราะต่อสู้เพื่อแย่งนางอย่างศึกหน้านางเลย

บางคนเขาอธิบายว่า มันกวักมืออยู่เรื่อยเช่นนั้นเพื่ออวดพวกนางสาวว่า ก้ามของใครโตกว่า นางจะเลือกอันโตหรืออันเล็ก ก็เชิญเลือกได้ตามชอบของนาง แต่เขาว่าปูตัวเมียมักจะชอบอ้ายก้ามอันโตๆ เช่นเดียวกับนางสาวหรือนางไม่สาวของเราที่ชอบอะไรๆ ที่โตๆ ชอบตึกโตๆ ชอบรถเก๋งคันโตๆ ถือสุภาษิตเสียว่า เป็นเมียน้อยคนโตๆ ดีกว่าเป็นเมียหลวงคนเดินถนนต้อยๆ ฉะนั้น ตัวผู้จึงกวักมืออวดเบ่งกันอยู่เช่นนั้นเรื่อยๆ ฟังดูเผินๆ แล้วก็น่าฟัง เพราะสีสันของก้ามใหญ่นี้ก็มีสีแดงสวยงามสะดุดตาน่าดูมาก แต่เท่าที่อาเคยนั่งสังเกตดู อาเห็นว่าตัวเมียมันก็ไม่ได้เอาใจใส่ต่อการอวดเบ่งหรืออวดก้ามของพวกหนุ่มๆ เหล่านั้นเลย นางเดินมากิน หยิบโน่น หยิบนี่เข้าปากกินอยู่เรื่อยไป ปล่อยให้พวกหนุ่มอวดเบ่งไปตามเทรดิชันของมันโดยนางไม่ได้เอาใจใส่เลย
บางคนเขาอธิบายว่า มันมีก้ามอันใหญ่ๆ เช่นนั้นไว้เพื่อต่อสู้ เวลามันต่อสู้มันมักใช้อ้ายก้ามอันใหญ่นี้จับก้ามใหญ่ของอีกตัวหนึ่ง จับหนีบกันไว้แล้วก็ดึงกันไปมาแต่โดยมากมันมักต่อสู้กันไม่ทันถึงพริกถึงขิง อ้ายตัวที่ก้ามเล็กกว่าจะแจวหนีไปเสียก่อน บางทีพอประหมัดกันยังไม่ทันจะลงหมัดลงมือกันสักหน่อย อ้ายตัวเล็กเห็นก้ามของเขาโตกว่าของตัวก็ตัดสินใจแจวเสียก่อนแล้ว รู้สึกว่ามันไม่ใช่นักสู้ เป็นแต่เพียงนักเบ่ง ได้แต่เที่ยววางก้ามเสียมากกว่า

อาเคยขุดรูปูอย่างว่านี้ลงไปดูว่ามันลึกสักแค่ไหน พบว่ามันลึกราวๆ สัก ๑ ฟุตหรือ ๑ ศอก ปูเหล่านี้ขยันพอใช้ พอว่างจากการหากินแล้วก็มักพยายามใช้เวลาขุดและแต่งรูของตัวอยู่เรื่อยๆ มันลงไปขุดแล้วอุ้มขี้ดินเป็นก้อนกลมๆ ขึ้นมา มันใช้เท้า ๓-๔ เท้าของข้างหนึ่งอุ้มขี้ดินนั้นขึ้นมาแล้วเดินไปด้วยขาที่ว่างอยู่ เดินเลยปากรูไปสักคืบ มันก็โยนขี้ดินทิ้ง เวลาที่มันโยนขี้ดินนี้น่าดูมาก พอมันโยนขี้ดินทิ้งแล้วมันจะชูตาอันยากทั้งสองของมันขึ้นดูอะไรๆ รอบๆ แล้วก็วิ่งกลับไปที่รูของมันใหม่อย่างรวดเร็ว เวลาปูวิ่งหรือเดินนี้ มันไม่ได้เดินไปข้างหน้าหรือมาข้างหลัง แต่มันเดินตรงไปทางซ้ายหรือทางขวาเท่านั้น

ตาของพวกปูนี้ไวอย่างบรมทีเดียว พอเราขยับตัวนิดเดียว มันวิ่งปรู๊ดไปลงรูเลย พอเงียบอยู่สักครู่มันจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมา ชูตาอันมีก้ามยาวขึ้นมาดูผู้รุกราน จนแน่ใจว่าไม่มีอันตรายแล้วจึงจะขึ้นมาใหม่ เวลาน้ำขึ้นมาจะถึงปากรู มันจะขนเอาขี้ดินมาอุดปากรูจนมิด คล้ายกับว่าจะไม่ให้น้ำเข้าไปในรูป แต่ถึงน้ำจะไม่เข้าไปทางปากรูมันคงไหลซึมเข้าไปทางข้างรูได้

ปูนี้ก้ามหลุดง่ายพอใช้ เวลาเราตะครุบจับตรงก้ามของมันได้ มันมักจะบิดตัวให้หลุดออกไปจากก้ามเลยทีเดียว เขาว่ากันว่า ก้ามปูเหล่านี้เวลาหลุดไปแล้วมันจะงอกก้ามใหม่ขึ้นมาใช้แทนก้ามเก่าได้อีก อ้ายเรื่องนี้จะจริงเท็จสักแต่ไหน หลานลองๆ สังเกตดูแล้วบอกอาบ้าง_

ปูผู้แทนหรือปูอวดเบ่งของหลานนี้ ความจริงเป็นธรรมชาติที่สวยงามน่าดูมาก อาเคยเอาหนังสีไปถ่ายมาฉายดูเล่น รู้สึกว่ามันเป็นภาพที่น่าดูคล้ายกับหนังเรื่องสัตว์ของวอลท์ ดิสนีย์มากทีเดียว
(จาก: หนังสือธรรมชาตินานาสัตว์ เล่ม ๒)

Advertisements

Single Post Navigation

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: